[โครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาของชาวบ้าน]
ในท่ามกลางความโชคร้ายของการมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์แต่ไม่รู้จักใช้ให้เกิดความยั่งยืน ก็ยังเคราะห์ดีที่มีเกษตรกรกลุ่มหนึ่งตระหนักถึงปัญหา จึงรวมตัวกันตั้ง “กลุ่มส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียว” เมื่อต้นปี 2541 โดยมี นายอำนาจ หมายยอดกลาง เป็นประธานกลุ่ม มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยกันฟื้นฟูสภาพป่า อนุรักษ์ดินและน้ำ โดยทำการเกษตรแบบไร้สารพิษ ไม่ให้มีสารเคมีตกค้างไหลลงไปสู่แหล่งน้ำทางตอนล่าง อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของเกษตรกรมีขีดจำกัด เช่น ฝายที่ก่อสร้างขึ้นเองพังทุกปี เนื่องจากความแรงของกระแสน้ำ กลุ่มเกษตรกรจึงขอพระราชทานพระมหากรุณา ซึ่งต่อมา ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเก้าฯ รับ “โครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียว” ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม กลุ่มส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษวังน้ำเขียว ได้จัดทำแปลงสาธิตและดำเนินการฝึกอบรมถ่ายทอด เทคโนโลยีการใช้สารชีวภาพแทนสารเคมี ในการเพาะปลูกพืชให้แก่เกษตรกรที่สนใจเดินทางมาศึกษาดูงาน ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ได้แก่ ลาว พม่า เวียดนาม เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น เป็นต้น รวมทั้งได้ขยายผลการเกษตรแบบไร้สารพิษไปสู่เกษตรกรทั่วทั้งพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว มีการจัดตั้งสหกรณ์ ธนาคารหมู่บ้าน มีการพัฒนาขีดความสามารถของกลุ่ม โดยเมื่อปี 2543 ได้เขียนโครงการขอรับการสนับสนุนจากกองทุนชุมชนของธนาคารออมสิน เขียนโครงการขอความช่วยเหลือจากโครงการพัฒนาของรัฐบาลออสเตรเลียในการดำเนินกิจกรรมของกลุ่ม และนับได้ว่าเป็นตัวอย่างของเกษตรกรที่รวมกลุ่มกันประสบความสำเร็จในการพัฒนาอาชีพ ตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ โดยแบ่งสัดส่วนพื้นที่ทำกินเป็นแหล่ง น้ำสำรอง ปลูกพืชผสมผสาน เพื่อเป็นหลักประกันความเสียง ปลูกข้าวสำหรับการบริโภค ดังนั้น จึงมีความพออยู่พอกิน ตามทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 1 ผลผลิตที่เหลือนำมารวมกันเพื่อแบ่งปันและขาย โดยมีการวมกลุ่มประสานงานด้านการตลาดและแหล่งเงินทุนเพื่อขยายกิจการอย่างมั่นคง ซึ่งเป็นการก้าวสู่ทฤษฎีใหม่ ขั้นที่ 2 และ ขั้นที่ 3
